MY CHIANG MAI

จินตภาพที่เลือนหาย ตอนที่ 1

เคยมีนักปราชญ์กล่าวไว้ว่า "มนุษย์สร้างวัฒนธรรม และวัฒนธรรมก็สามารถสร้างอัตลักษณ์ความเป็นเมือง"… กายภาพเมืองคงไม่ได้เกิดขึ้นมาอย่างโดดเดี่ยวไร้เหตุผล... ในอดีตนั้น การตั้งรกรากของกลุ่มคน อาจเกิดจากเหตุผลของการอยู่ร่วมกัน สืบทอดเผ่าพันธุ์และต้องประทังชีวิตให้อยู่รอด ครั้นพอกลุ่มคนเหล่านั้นขยายเผ่าพันธุ์มากขึ้นเกิดเป็นกลุ่มชุมชน เป็นอาณาจักรและเป็นอารยธรรม เหตุผลของการสร้างเมืองจึงเริ่มลุ่มลึกขึ้นมากไปกว่าแค่หาพื้นที่ทำการเกษตร เลี้ยงสัตว์เพื่อความอยู่รอดและปากท้องเท่านั้น ฉะนั้นเมืองในอดีตจึงต้องมีการลองผิดลองถูก สะสมความรู้ เทคนิควิทยาการในการสร้าง รวมไปถึงฝังรากความเชื่อให้เมืองเป็นแหล่งของการอยู่อาศัยจากรุ่นสู่รุ่น สามารถป้องกันข้าศึกมารุกราน ปกป้องคนในเมืองให้เกิดความสงบสุขร่มเย็นในชีวิต สั่งสมเป็นรากเหง้าวัฒนธรรมและอัตลักษณ์เมืองในท้ายที่สุด ยิ่งผู้ครองเมืองมีความยิ่งใหญ่ในตนแล้วไซร้ ก็พาขยายอำนาจออกไปกว้างไกล เกิดหมายหมุดอาณาจักรที่สำคัญในภูมิภาคและในระดับโลก

เมืองเชียงใหม่เองก็ถูกสร้างขึ้นด้วยความรู้และความเชื่อที่แยบยล กอปรกับพัฒนาการของเมืองในยุคที่รุ่งเรืองจนบ่มเพาะกลายเป็นศูนย์กลางอาณาจักรอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นเมืองแห่งการค้า ความเชื่อ ศาสนา งานหัตถกรรมหัตถศิลป์และการสร้างสรรค์ศิลปะสถาปัตยกรรม เกิดขนบธรรมเนียมจารีตแห่งวิถีชีวิตต่างๆ จนเป็นรากวัฒนธรรมที่หล่อหลอมเป็นตัวตนอย่างมีความเฉพาะตัวชัดเจนของเชียงใหม่จวบจนปัจจุบัน... ซึ่งเมื่อกาลเวลาผ่านไปเข้าเจ็ดร้อยยี่สิบปีแห่งเมืองเชียงใหม่นั้น หลายๆแห่งหลายๆจุดที่เป็นเสมือนตัวแทนของรากอดีตของเมือง ได้เสื่อมถอยไปตามกาลเวลา บางแห่งได้พังทลาย สูญหายไปจากการ “ปรากฏกายภาพ” แห่งอดีตเดิมไปจนสิ้น



ใครจะทราบไหมว่า เมื่อท่านได้ขับรถบนถนนสุเทพผ่านในช่วงระหว่างคณะเภสัชศาสตร์ มช. และแนวด้านข้างของโรงพยาบาลประสาทกับแนวตึกจอดรถสวนดอกปาร์คนั้น ท่านกำลังได้ย่างเข้าไปในอาณาเขตของเวียงสวนดอก ซึ่งเป็นกายภาพหนึ่งในมรดกเมืองเก่าที่สำคัญของเชียงใหม่... โดยมีวัดสวนดอกเป็นหมายหมุดใจกลางเวียงที่แสดงว่าท่านได้ย่างเข้ามาสู่ในเวียงสวนดอกแล้ว โดยวัดสวนดอกนี้ แต่เดิมชื่อว่า วัดบุปผารามดอกไม้ ถูกสร้างขึ้นในสมัยในสมัย พญากือนา กษัตริย์ลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์มังราย  โดยการสร้างเวียงสวนดอกที่ล้อมไปด้วยคูน้ำสี่เหลี่ยมคล้ายเวียงเชียงใหม่ แต่เล็กกว่าถึงสี่เท่านี้ ตามตำนานสุวรรณคำแดงนั้น ได้กล่าวถึงเวียงสวนดอกไว้ว่า แต่เดิมนั้นเป็นเมืองเล็กๆของชาวลัวะ ที่สร้างขึ้นทดแทนเมืองนวรัฐะ ให้เสมือนเป็นเมืองบริวารทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเซษฐะบุรี (เวียงเจ็ดลินนั่นเอง) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาดอยสุเทพโดยมีพญาวีวอและพญาสระเกศเป็นผู้ปกครองเมือง ส่วนวัดสวนดอกนี้ ก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อถวายพระสุมนเถระและเพื่อให้เป็นวัดประจำเวียง เมื่อในปีพ.ศ. 2084 ซึ่งในยุคหลังๆครั้งรัชสมัยพระเจ้ากาวิละที่พระองค์ได้ทรงเข้ามาฟื้นฟูเมืองนั้น ก็เสมือนหนึ่งเป็นสวนดอกไม้ให้กับบรรดาสมาชิกในราชวงศ์และบรรดาข้าราชบริพารทั้งหลายในปกครองเข้ามาใช้ สักการะ สวดมนต์ รวมไปถึงเป็นวัดที่มีกู่เจ้านายฝ่ายเหนือ อันเป็นวัดที่รวบรวมพระอัฐิของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่และพระประยูรญาติมาประดิษฐานรวมกัน ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2450 โดยพระดำริของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  


จินตภาพที่เลือนหายนี้ เมื่อเราขับรถผ่านไปบนถนนสุเทพแล้ว แทบจะไม่ค่อยมีใครได้รับทราบและสำนึกถึงเลยว่าเป็นแนวอาณาเขต (Historic Boundary) ที่สำคัญแนวหนึ่งของเมืองเก่าเชียงใหม่ เป็นจินตภาพที่หายไปจากความทรงจำ เป็นจินตภาพที่ไร้กายภาพมารองรับอย่างครบถ้วนสมบูรณ์และบ่งบอกว่านี้คือแนวกำแพงเก่า ซึ่งเป็นสิ่งเก่าที่มีคุณค่าของเมืองเชียงใหม่

ปกติแล้ว ตัวแทนของกายภาพเก่าเดิมนั้น มักจะสังเกตเห็นง่ายๆตรงไปตรงมาได้จาก การคงอยู่ของอาคารสถาปัตยกรรมดั่งเดิม หรือยังคงเห็นซากเดิมให้เราได้รับรู้ แต่ในอีกมุมหนึ่งนั้น เชียงใหม่เองก็มีกายภาพที่เลือนหายไป เหล่านี้ เหลือแค่เป็นจินตภาพให้นึกจินตนาการอยู่ในสมองของเราเท่านั้น และเมื่อเราทราบถึงตำแหน่งและที่มาที่ไปทางประวัติศาสตร์การสร้างเมืองเชียงใหม่อันสำคัญยิ่งแล้ว เมืองงามเมืองนี้นั้นยังมีอีกหลายจินตภาพให้เราระลึกนึกถึงในสมองน้อยๆอยู่เสมอ... บางจินตภาพที่เลือนหายอาจยังมีร่องรอยที่ทำให้เราภูมิใจ... บางจินตภาพทำให้เราอดรู้สึกเศร้าเสียดายที่เราไม่ได้เห็นแล้ว เพราะเราไม่สามารถไหวตัวรู้เท่าทันการทำลายรากวัฒนธรรมแห่งอัตลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ไปอย่างรวดเร็วหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ตามที... บางจินตภาพกลับทำให้เราต้องลุกขึ้นสู้ เพื่อรักษาไม่ให้มันเลือนหายไปมากกว่านี้



ผู้เขียนจะค่อยๆเล่าให้ท่านได้จินตนาการถึงจินตภาพแห่งอัตลักษณ์เชียงใหม่ที่ได้เลือนหายไปเรื่อยๆ... ท่ามกลางโลกสมัยใหม่ที่เมืองเก่าเชียงใหม่กำลังผจญอยู่นี้ เผื่อเพื่อให้เพียงสักชั่ววูบหนึ่งนั้น มันจะทำให้ท่านผู้อ่านได้ฉุกคิด จดจำขึ้นมาได้ เมื่อได้ผ่านไปในจุดนั้นๆ จุดที่เราต้องลองจินตนาการ สร้างจินตภาพที่เลือนหายไปของอัตลักษณ์แห่งเมืองเชียงใหม่ที่เคยสมบูรณ์ งดงามและมีความหมายต่อตัวตน... หวังว่าทุกครั้งที่ท่านผ่านถนนสุเทพแล้ว ท่านจะระลึกเสมอว่า เวียงสวนดอกยังคงอยู่ในจินตภาพของเราเสมอ ตลอดไป

ด้วยความรักและภูมิใจยิ่งที่ได้อยู่ในเมืองประวัติศาสตร์แห่งมรดกโลกเมืองนี้ครับ
 

เรื่อง และภาพ: ผ.ศ. คมสัน ธีรภาพวงศ์

แชร์บทความนี้

Add Line ID

พิพิธภัณฑ์ชุมชนพวกแต้ม พิพิธภัณฑ์ชุมชนแห่งใหม่ของเชียงใหม่

พิพิธภัณฑ์ชุมชนพวกแต้ม พิพิธภัณฑ์ชุมชนแห่งใหม่ของเชียงใหม่

กาดมัสยิดบ้านฮ่อ ตลาดนัดยามเช้าของชาวยูนนานในเชียงใหม่