MY WORLD

ขนส่งมวลชนกับการแก้ปัญหาฝุ่นละอองในยุโรป

ไม่ใช่แค่เชียงใหม่หรือกรุงเทพฯ เมืองที่มีขนาดใหญ่ทั่วโลกหลายเมืองก็ล้วนประสบปัญหามลพิษในรูปของฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เจือปนอยู่ในอากาศเช่นกัน

ในขณะที่หลายเมืองทั่วโลกต่างแก้ปัญหาฝุ่นละอองในทิศทางของใครของมันไป เช่นที่เชียงใหม่ของเราที่มีการรณรงค์ให้ประชาชนสวมหน้ากากมาสวมป้องกันฝุ่นควัน (พร้อมไปกับการเอารถดับเพลิงมาฉีดน้ำบริเวณเครื่องวัดค่าฝุ่นละออง...) หากในกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของเบลเยี่ยม และอีกหลายเมืองในประเทศเยอรมนีไปไกลกว่านั้น เพราะพวกเขากำลังดำเนินมาตรการ - หากวันไหนมีค่าฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐาน ประชาชนก็สามารถใช้ระบบขนส่งมวลชนของเมืองได้ฟรี!

ถามว่าขึ้นรถไฟฟ้าลงรถเมล์ฟรีแล้วจะช่วยลดฝุ่นละอองได้อย่างไร? คำตอบก็คือช่วยได้มากครับ เพราะว่าฝุ่นละอองที่มีค่า PM อันก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์ส่วนใหญ่ก็มาจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ที่วิ่งบนถนนทั่วเมืองนี่แหละ (คนเชียงใหม่เราอาจจะชินว่าฝุ่นควันนั้นมาจากการเผาขยะหรือเผาป่า โดยไม่ตระหนักเลยด้วยซ้ำว่ารถที่เราขับกันทุกวันก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา) ทีนี้ถ้าฝุ่นละอองมันมีค่าสูง แล้วหากทุกคนขับรถของตัวเองออกมาจากบ้านเพื่อไปทำงานหรือทำกิจธุระข้างนอกอีก แหล่งผลิตฝุ่นละอองก็มีมากขึ้นเป็นทบทวี เช่นนั้นแล้วถ้ารัฐบาลมีแรงจูงใจให้ผู้คนจอดรถไว้กับบ้านและหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนที่มีครอบคลุมทั้งเมืองโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้บรัสเซลส์ยังมีการประกาศพื้นที่ควบคุมมลพิษ (low emissioned zone) โดยมีแผนจะเปลี่ยนรถเมล์ทุกคันเป็นรถไฟฟ้าให้หมดภายในปี 2030 ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดมลภาวะทางอากาศต่อเมือง หากด้วยรถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ายังมีความเงียบและมีบุคลิกที่ 'เป็นมิตร' ต่อผู้ใช้ ดึงดูดให้ผู้คนใช้รถสาธารณะมากขึ้นอีกด้วย


รูปจาก www.thelocal.de

ขณะที่เยอรมนี ไม่ใช่แค่ให้ประชาชนขึ้นรถสาธารณะฟรีในวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานเท่านั้น ยังมีการพิจารณาให้ประชาชนได้ใช้ฟรีตลอดไปอีกต่างหาก โดยล่าสุด Barbara Hendricks รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม ตั้งใจจะผลักดันโครงการรถสาธารณะฟรีเพื่อลดปัญหามลภาวะทางอากาศภายในปี 2018 นี้ โดยจะนำร่องใน 5 เมืองสำคัญ อย่างเมือง Bonn, เมือง Herrenberg, เมือง Reutilngen, เมือง Essen และเมือง Mannheim

ความน่าสนใจก็คือแม้ว่ารัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมประกาศออกมาเช่นนั้น หากเทศบาลทั้ง 5 เทศบาลของเมืองนำร่องก็ยังไม่มีแผนการรองรับว่าจะทำอย่างไรกับการชดเชยค่าใช้จ่ายทั้งหมดเมื่อระบบขนส่งมวลชนกลายเป็นของฟรีสำหรับประชาชน กระนั้นเมื่อมีการสั่งการ จึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายร่วมกันในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมทั้งการสร้างนโยบาลที่มีประสิทธิผลในการชักจูงให้ประชาชนหันหลังให้รถส่วนตัวเพื่อกลับมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะให้มากที่สุด

มองในมุมการเมือง ต้องยอมรับว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่จะช่วยให้ประเทศเยอรมนีไม่ต้องเสียค่าปรับเรื่องมลภาวะทางอากาศแก่สหภาพยุโรป เนื่องจากเยอรมนีถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ปล่อยมลภาวะทางอากาศเป็นอันดับต้นๆ ของยุโรป ถึงจะเป็นเช่นนั้น ข้อดีของการแก้ปัญหาทางการเมืองก็ตกมาถึงประชาชนและสิ่งแวดล้อมโดยรวม เมื่อทุกคนต่างพิจารณากันแล้วว่าระบบขนส่งมวลชนนี่แหละคือทางออก

นั่นแหละครับ ขนส่งมวลชนไม่ได้ให้ผลดีแก่ประชาชน ยังส่งผลต่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมที่ย้อนกลับมาสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คนอีกด้วย

เรียบเรียงจาก:
https://www.thelocal.de/20180214/government-plays-down-free-public-transport-plan 
http://www.scmp.com/news/world/europe/article/2134905/brussels-make-public-transport-free-days-high-air-pollution
ภาพประกอบ (ภาพแรก) จาก www.davewalshphoto.com  

 

แชร์บทความนี้

CONTACTS


Ivrea นิคมอุตสาหกรรมอายุน้อยที่ได้เป็นมรดกโลกแห่งล่าสุด

เฉลิมฟิล์มกระจก ฉลองมรดกความทรงจำแห่งโลก

ไปเยือนมรดกโลกที่ปลายสุดกำแพงเมืองจีน ณ ป้อมปราการเจียยวี่กวน