MY CHIANG MAI

ชมโฉมใหม่ของหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่

หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘หอศิลป์สามกษัตริย์’ (เพราะตั้งอยู่ด้านหลังอนุสาวรีย์สามกษัตริย์) ถือเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นแห่งแรกๆ ของเมืองเชียงใหม่ เปิดทำการครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2545 โดยปรับปรุงพื้นที่จากอาคารทรงโคโลเนียลที่ถูกสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2467 เคยถูกใช้เป็นศาลาว่าการมณฑลพายัพ และศาลากลางเมืองเชียงใหม่ ก่อนที่ศาลากลางจะย้ายไปตั้งอยู่นอกเมือง อาคารที่เป็นมรดกร่วมสมัยของเมืองแห่งนี้จึงถูกปรับเปลี่ยนเป็นแหล่งจัดแสดงมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของเมือง ย้อนไปตั้งแต่สมัยก่อตั้งอาณาจักรล้านนาเมื่อกว่า 700 ปีก่อน



ล่าสุด หลังจากปิดปรับปรุงพื้นที่ส่วนจัดแสดงนิทรรศการถาวรไปราวหนึ่งปีเศษ เมื่อเดือนธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา หอศิลป์สามกษัตริย์แห่งนี้ก็กลับมาอวดโฉมให้ชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวได้มาชมอีกครั้ง โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางเนื้อหาอะไรไปมากกว่าการอัพเดตประวัติศาสตร์ยุคใกล้มากขึ้น แต่ในด้านรูปแบบการนำเสนอ ทั้งเทคโนโลยี วัตถุจัดแสดง หรือกระทั่งการออกแบบแสงสี ถือว่าเปลี่ยนโฉมได้อย่างทันสมัยและสวยเฉียบดีทีเดียว

Discover the Origins of Chiang Mai’s Identity คือแนวคิดหลักของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาของนิทรรศการจะครอบคลุมตั้งแต่ยุคก่อตั้งอาณาจักรล้านนา วิถีชีวิตของผู้คนในยุคต่างๆ การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรม รวมทั้งวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมชายขอบของเมืองเชียงใหม่ นิทรรศการแบ่งออกเป็น 14 ห้อง เริ่มต้นจาก ‘ห้องเชียงใหม่วันนี้’ มีวิดีทัศน์ฉายภาพเมืองเชียงใหม่ร่วมสมัย ก่อนที่ห้องถัดไปจะพาเราถอยหลังกลับไปกว่า 700 ปี เพื่อเรียนรู้ว่าคนล้านนามาจากไหนและเชียงใหม่เริ่มต้นมาอย่างไร และค่อยๆ พาเราไต่เส้นประวัติศาสตร์กลับมาหายุคปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีการนำเสนอที่หลากหลาย อาทิ อินโฟกราฟิกที่ย่อยข้อมูลได้ง่ายและกระชับ หน้าจอแบบอินเตอร์แอคทีฟบอกเล่าประวัติศาสตร์ โมเดลจำลองที่มาพร้อมกับเทคนิคแสงและเสียง หุ่นขี้ผึ้งที่แม้จะเป็นเทคนิคแบบเดิมๆ แต่เมื่อมีการจัดแสดงใหม่พร้อมกับการออกแบบแสงและสีให้ทันสมัย ก็ทำให้ภาพรวมของพิพิธภัณฑ์ดูน่าดึงดูดกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด









นอกจากนี้ผู้เขียนยังชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์ในการตบแต่งภายในของห้องนิทรรศการหลายๆ ห้องที่เข้ามาช่วยเสริมความน่าสนใจของนิทรรศการได้อย่างลงตัว อาทิ ห้อง ‘คนบนดอย’ ที่มุ่งนำเสนอความหลากหลายของชาติพันธุ์ในเมืองเชียงใหม่ผ่านภาพถ่ายและวัตถุจัดแสดง หากก็มีการนำไม้ไผ่ที่เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมทางวัตถุดิบร่วมของชนเผ่าหลากหลายมาประดับตบแต่งตามทางเดินได้อย่างเก๋ไก๋ หรือห้อง ‘พระพุทธศาสนากับคนเมือง’ ที่ใช้แผ่นอะคริลิคใสมาจัดแสดงคู่กับวิหารลายคำจำลองเพื่อใช้เป็นป้ายบอกองค์ประกอบและความหมายภายในวิหารได้อย่างเฉียบเท่และไม่บดบังสุนทรียะของวัตถุจัดแสดง หรือในห้อง ‘วิถีชีวิตริมแม่น้ำปิง’ ที่มีการใช้โมเดลจำลองมาซ้อนกัน 2 ชั้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของทัศนียภาพลุ่มแม่น้ำปิงจากอดีตสู่ยุคปัจจุบัน พร้อมกับภาพถ่ายปัจจุบันที่เพิ่มมิติของเรื่องเล่าอย่างครบเครื่อง เป็นต้น 

การปรับโฉมหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ครั้งนี้ยังถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่มาเติมเต็มเนื้อหาทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมของเครือข่ายพิพิธภัณฑ์กลางเวียง อันประกอบด้วยหอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ (ที่ตั้งอยู่ด้านหลังหอศิลปวัฒนธรรม) พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา (ฝั่งตรงข้ามอนุสาวรีย์สามกษัตริย์) และหอภาพถ่ายล้านนา (ด้านหลังพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนาอีกที) เป็นแหล่งอ้างอิงทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมล้านนาที่สมบูรณ์อีกแหล่งหนึ่ง ผ่านวิธีการนำเสนอที่สร้างสรรค์ ทันสมัย และเพลิดเพลิน ใครที่ยังไม่เคยมาชม หรือเคยมาชมเมื่อครั้งก่อนปรับปรุง ก็อยากชวนให้มาลองชมดูสักครั้ง   









หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่’ เปิดบริการเวลา 08.30 – 17.00 น. วันอังคาร – วันอาทิตย์ (ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ปิดทำการวันจันทร์และวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ค่าเข้าชมสำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท

(ภาพถ่ายโดย: เครือข่ายพิพิธภัณฑ์กลางเวียงเชียงใหม่ 
www.facebook.com/cm.3museum/)

แชร์บทความนี้

CONTACTS


เราพบกันเพราะหนังสือ

สุญญากาศของการอนุรักษ์ในกรุงเทพฯ และทำไมคณะกรรมการเมืองเก่าเชียงใหม่จึงสำคัญ

ขันดอก และตำนานอินทขิล คุณค่าที่อยู่ในความเชื่อและความหอมของดอกไม้