OUR CHILDRENS

4 ปี การขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่มรดกโลก ตอนที่ 10: อ่านประวัติศาสตร์เมืองผ่านสถาปัตยกรรม

.ศ. 2559

นอกเหนือจากทีมศึกษาประวัติศาสตร์, ทีมชุมชน, ทีมจินตภาพ อีกหนึ่งคณะทำงานที่ถือเป็นจิกซอว์ชิ้นสำคัญของการขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่มรดกโลก นั่นคือทีมสถาปัตยกรรม ซึ่งทำหน้าที่หลักในการค้นหาหลักฐานและประจักษ์พยานรูปแบบสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าทางมรดกทางวัฒนธรรม เพื่อสนับสนุนพื้นที่ที่จะนำเสนอเป็นเขตมรดกโลก

ผศ.ดร.ชาญณรงค์ ศรีสุวรรณ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหัวหน้าทีมสถาปัตยกรรมของคณะทำงานขับเคลื่อนฯ เล่าว่าแม้เชียงใหม่จะถูกเสนอชื่อผ่านแหล่งมรดกที่สร้างขึ้นในยุคล้านนา หากสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าของเมือง ก็หาได้มีเฉพาะแค่ในยุคสมัยดังกล่าว โดยสถาปัตยกรรมที่ปรากฏในเชียงใหม่ยังเป็นหลักฐานของการเปลี่ยนผ่านทางประวัติศาสตร์ และสะท้อนให้เห็นพลวัตรตลอดเจ็ดร้อยกว่าปีของเมืองของเราเมืองนี้อย่างชัดเจน


“ลำพังแค่สถาปัตยกรรมและศิลปกรรมล้านนาเอง ยังมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามยุคสมัย มีทั้งที่ได้รับอิทธิพลทั้งรูปแบบและเทคนิคการก่อสร้างจากสุโขทัย, หริภุญชัย หรือพุกาม ยุคหนึ่งที่พม่าเข้ามายึดครอง ก็ปรากฏหลักฐานสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับอิทธิพลจากพม่าตามวัดหลายแห่ง ซึ่งอิทธิพลที่คนล้านนารับเข้าและประยุกต์ใช้เหล่านี้ ก็ทำให้เราพอมองเห็นภาพการเปลี่ยนผ่านของเมือง และสภาพสังคมแต่ละยุคสมัยได้ดี”



อาจารย์ชาญณรงค์ยกตัวอย่างวิหารไม้สักวัดพันเตาที่ปรับปรุงมาจากคุ้มหลวงของเจ้ามโหตรประเทศ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 5 (ยุคเจ้าเจ็ดตน – ภายหลังพระเจ้ากาวิละมาฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่ ก่อนจะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสยามประเทศ) ก็เป็นหลักฐานที่สะท้อนให้เห็นค่านิยมของชนชั้นสูงในสมัยก่อนที่จะถวายคุ้มหลวงของกษัตริย์องค์เดิมไปสร้างเป็นวิหารของวัด

“การเข้ามาของชาวต่างชาติในช่วงศตวรรษที่แล้ว ก็ส่งอิทธิพลต่อสถาปัตยกรรมจนเกิดอาคารหลายแห่งที่เป็นมรดกเมืองเชียงใหม่ทุกวันนี้ เช่น คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ บริเวณสี่แยกกลางเวียง รวมไปถึงอาคารในย่านวัดเกต ขณะที่ยุคที่เชียงใหม่มีพ่อค้าจากต่างแดนเข้ามาทำการค้าและลงหลักปักฐาน ก็เกิดอาคารคอนกรีตโมเดิร์นสวยๆ ริมถนนท่าแพหลายสิบหลัง มีทั้งแบบผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นกับตะวันตกบ้าง หรือการผสมผสานระหว่างจีนกับฝรั่ง เป็นต้น ซึ่งก็ยังคงถูกใช้งานมาจนถึงทุกวันนี้” 

ทั้งนี้ผลการสำรวจพบว่าในพื้นที่เมืองเก่าเชียงใหม่ และย่านเก่าในปริมณฑลเมือง พบอาคารที่มี 5 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มอาคารศาสนา พบอาคารและกลุ่มโบราณสถานที่มีศักยภาพ 21 แห่ง, 2) อาคารที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ พบอาคารที่มีศักยภาพ 1 แห่ง, 3) อาคารพักอาศัยและอาคารพาณิชย์ พบอาคารที่มีศักยภาพ 15 แห่ง, 4) อาคารราชการ พบอาคารที่มีศักยภาพ 4 แห่ง, 5) งานสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างผังเมือง พบหลักฐาน 11 แห่ง โดยทางทีมงานได้จัดทำข้อมูลอาคารที่มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมที่ได้จากการสำรวจจัดทำเป็นบัญชีรายงานสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่ารวมไว้ในเอกสารขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว
 

“คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรมและผังเมืองก็คือ เราจะจัดการกลุ่มอาคารที่เพิ่งมีการสร้างใหม่และมีผลกระทบต่อภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์เมืองอย่างไร ซึ่งหนึ่งในวิธีการแก้ปัญหานี้ก็คือการที่เราได้ร่วมกันผลักดันให้เทศบาลนครเชียงใหม่ออกเทศบัญญัติของเมือง เพื่อควบคุมภูมิทัศน์ของอาคารในเขตสี่เหลี่ยมคูเมืองไปแล้ว โดยเทศบัญญัติดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าห้ามมีการสร้างอาคารสมัยใหม่ในเขตเมืองเก่าเลย แต่จะมาช่วยควบคุมความสูง โทนสี รวมไปถึงรูปแบบของอาคาร ไม่ให้ไปสร้างผลกระทบต่อภูมิทัศน์รวมของเมือง โดยเทศบัญญัติฉบับที่ 2 ที่กำลังจะประกาศจะควบคุมในพื้นที่กันชน (buffer zone) รอบคูเมือง เพื่อให้ภูมิทัศน์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน” อาจารย์ชาญณรงค์ กล่าว

และนี่คือก้าวแรกของคณะทำงานด้านสถาปัตยกรรมที่ออกเดินไปพร้อมทีมงานผังเมือง ชุมชน และกลุ่มอื่นๆ ในขวบปีแรก (พ.ศ.2559) ของคณะทำงานขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่มรดกโลก
























แชร์บทความนี้

CONTACTS


4 ปี การขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่มรดกโลก ตอนที่ 14: 'ฟื้นม่าน' ยุคสมัยแห่งการฟื้นฟูและฐานรากของการสืบสาน

4 ปี การขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่มรดกโลก ตอนที่ 13: คุณค่าที่เกิดจากการผสานผสม

4 ปี การขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่มรดกโลก ตอนที่ 12: มรดกจากยุคทองของล้านนา