OUR CHILDRENS

4 ปี การขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่มรดกโลก ตอนที่ 11: เชียงใหม่ 720 ปี

-.. 2559-
ไม่เพียง พ.ศ. 2559 จะเป็นปีที่คณะทำงานขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่มรดกโลกก่อตั้งและเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการ หากยังถือเป็นปีที่สำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงใหม่ เนื่องจากหากนับตามข้อความเรื่องการก่อตั้งเมืองในศิลาจารึกวัดเชียงมั่น เชียงใหม่ก่อตั้งเมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ.1839 นั่นหมายความว่าปี 2559 นี้ เชียงใหม่มีอายุครบ 720 ปีพอดี

ตลอดเจ็ดศตวรรษกับอีกสองทศวรรษ เราสามารถแบ่งยุคสมัยของเมืองประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตเมืองนี้ออกเป็น 4 ยุคสำคัญ ได้แก่ ยุคราชวงศ์มังราย (พ.ศ. 1839-2101) ที่ซึ่งพระญามังรายและกษัตริย์องค์ต่อๆ มาได้ทำให้เมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการค้า, ศิลปวัฒนธรรม, ภาษาและวรรณกรรม รวมไปถึงความมั่นคงทางทหารจากการขยายอาณาจักรออกไปทั่วภูมิภาค ยุคต่อมาคือยุคที่เชียงใหม่เสื่อมอำนาจ และตกเป็นเมืองขึ้นของพม่านานถึง 216 ปี (พ.ศ. 2101-2317)



ในยุคที่สามนี้ (พ.ศ. 2317-2483) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเมือง เนื่องจากพญากาวิละได้ร่วมมือกับพระยาจ่าบ้าน และสยาม ขับไล่พม่าออกจากเชียงใหม่ และได้รวบรวมไพร่พลจากเมืองต่างๆ ให้กลับมาใช้ชีวิตอยู่ในเชียงใหม่อีกครั้ง เชียงใหม่กลายมาเป็นเมืองที่หลากหลายไปด้วยชาติพันธุ์และภูมิปัญญา ซึ่งส่งผลต่อความรุ่มรวยทางศิลปวัฒนธรรมของเมืองในปัจจุบัน

ในช่วงเวลานี้เชียงใหม่เป็นประเทศราชของสยาม มีเจ้าผู้ครองนครที่เป็นลูกหลานของพญากาวิละในราชวงศ์ทิพย์จักรอีก 8 พระองค์ปกครอง หากก็อยู่ภายใต้สิทธิ์ขาดจากกรุงเทพฯ จนเมื่อเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 9 สิ้นพระชนม์ ก็สิ้นสุดยุคของราชวงศ์ทิพย์จักร สู่ยุคที่เชียงใหม่กลายเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยจนมาถึงปัจจุบัน

นับตั้งแต่ยุคทองของอาณาจักรล้านนา เชียงใหม่มีการเปลี่ยนแปลงในมิติที่หลากหลาย ทว่าการที่เมืองของเรามีโบราณสถานเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในยุคล้านนา ก็สร้างสิ่งแวดล้อมทางประวัติศาสตร์ให้ผู้คนยุคหลังสามารถรื้อฟื้นและสานต่อศิลปวัฒนธรรมได้ อย่างที่เราได้เห็นการสืบสานวิถีชีวิต ศิลปกรรม และประเพณีดั้งเดิมประจักษ์ชัดในปัจจุบัน





อย่างเห็นได้ชัดคือพิธีอัญเชิญพระธาตุศรีจอมทองจากวัดพระธาตุจอมทองเข้าเวียงเชียงใหม่ให้ผู้คนได้สักการะ ซึ่งเคยเป็นประเพณีที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมานับตั้งแต่ปลายราชวงศ์มังราย และมีการสานต่อในยุคเจ้าทิพย์จักร ก่อนจะเลือนหายไป กระนั้นในปี 2559 ที่ผ่านมา ก็ได้มีพุทธศาสนิกชนชาวเชียงใหม่ร่วมมือกับหน่วยงานรัฐรื้อฟื้นประเพณีดังกล่าวเพื่อฉลองการสมโภชเมืองเชียงใหม่ครบ 720 ปี ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนชาวเชียงใหม่ จนถือว่าเป็นกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเชียงใหม่ในทศวรรษหลังมานี้ก็ว่าได้




ไม่เพียงเท่านั้น ในปี 2559 ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการพัฒนาเมืองอีกหลากหลาย อาทิ การเปลี่ยนพื้นที่สีเขียวข้างโรงเรียนเรยีนาฯ ให้กลายเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ของคนเมือง (เพิ่งเปิดทำการไปในปี 2562 นี้ในชื่อสวนเจริญประเทศ), โครงการจิตอาสาทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะหลายแห่งทั่วเมือง, โครงการปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวรอบคูเมืองเชียงใหม่ และแน่นอน กับการเริ่มต้น ‘เตรียมเมือง’ ให้พร้อมสำหรับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

ภาพถ่ายงานแห่พระธาตุศรีจอมทองเข้าเวียงเมื่อปี 2559 จากhttps://www.facebook.com/พระธาตุเจ้าเข้าเวียง

แชร์บทความนี้

CONTACTS


4 ปี การขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่มรดกโลก ตอนที่ 14: 'ฟื้นม่าน' ยุคสมัยแห่งการฟื้นฟูและฐานรากของการสืบสาน

4 ปี การขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่มรดกโลก ตอนที่ 13: คุณค่าที่เกิดจากการผสานผสม

4 ปี การขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่มรดกโลก ตอนที่ 12: มรดกจากยุคทองของล้านนา