MY HERITAGE

การทำงานของคณะทำงานผลักดันเชียงใหม่สู่เมืองมรดกโลก (ตอนที่ 1)

วันเวลามันช่างเร็วเหมือนติดปีกบินได้ เผลอแพร๊บเดียวเพจมรดกโลกฯ ก็ก้าวเข้าสู่เดือนที่ 3 และการทำงานของคณะทำงานผลักดันเชียงใหม่สู่เมืองมรดกโลกก็กำลังก้าวเข้าสู่เดือนที่ 5 พร้อมๆ กับบรรยากาศของการพูดคุยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการผลักดันให้เชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลก ที่เริ่มคึกคัก พร้อมไปกับการจัดกิจกรรมจากหลากหลายองค์กรที่ช่วยกระตุ้น และสนับสนุนให้คนเชียงใหม่ได้ตื่นตัว และช่วยกันคิด ร่วมกันทำ ซึ่งถือว่าเป็นภาพที่น่ายินดียิ่ง

และเพื่อให้เราทุกคนได้ช่วยกันคิด ร่วมกันฝัน วันนี้แอดมินจึงนำเรื่องราวความก้าวหน้าของการศึกษาและการตระเตรียมข้อมูลเพื่อเสนอแก่คณะกรรมการมรดกโลกมาเล่าแบ่งปัน และชวนเชิญให้ทุกท่านร่วมคิดตาม ในประเด็นผังเมืองเชียงใหม่ และคุณค่าสู่มรดกโลก จากบทสัมภาษณ์อาจารย์ 'อิศรา กันแตง' หัวหน้าทีมศึกษาผังเมืองเชียงใหม่ หนึ่งในคณะทำงานผลัดดันเชียงใหม่สู่เมืองมรดกโลก

Q: ก่อนจะมารับหน้าที่เป็นหนึ่งในคณะทำงาน อาจารย์มีมุมมองต่อการผลักดันเชียงใหม่สู่เมืองมรดกโลกอย่างไร 
A: ตอนแรกก็มีคำถามไม่ต่างจากคนทั่วไป เช่น เป็นแล้วได้อะไร? ทำไมต้องเป็น? ไม่เห็นจะอยากเป็นเลย เพราะเมืองมรดกโลกในที่อื่นๆ ที่เราเคยสัมผัสมามันก็มีทั้งด้านบวก และด้านลบ ซึ่งเราก็คิดว่าเมืองเชียงใหม่ตอนนี้ก็มีสภาพแย่พออยู่แล้ว และอีกอย่างคือเราไม่ควรเสนอตัว เพราะก็เห็นๆ อยู่ว่าเมืองเราเป็นอย่างไร จริงไหม (หัวเราะ) ครั้งแรกที่ถูกชวนมาทำงานก็เฉยๆ นะ และก็บอกไปว่ายังไม่สนใจ ในใจก็คิดไว้ว่า หากไม่มีเหตุผลดีๆ ก็คงจะไม่รับทำ แต่รู้สึกว่าจะเป็นครั้งที่ 2 ที่อาจารย์กอล์ฟ (รศ.ดร.วรัญจก์ บุณยสุรัตน์ ประธานโครงการฯ) และพี่ตา (สุวารี วงศ์กองแก้ว ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่) ชวนมาพูดคุย และชักชวนมาร่วมทำงาน แล้วทั้งสองท่านก็อธิบายเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องทำว่า ‘การได้รับการรับรองในฐานะมรดกโลก มันคือเครื่องมือสำคัญ และเป็นสากลที่ทุกคนยอมรับ ถ้าเราไปชวนคนมาช่วยกันในเครื่องมือหรือกิจกรรมอื่นๆ คนก็อาจจะมาร่วมน้อย และไม่ได้รับความร่วมมือมากพอที่จะฟื้นฟูเมืองของเราได้ และการทำงานระหว่างก่อนจะไปถึงมรดกโลก มันก็มีกระบวนการ วิธีการ ที่ได้รับการค้นคิด ทดลอง และพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งในหลายๆ ประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ก็เพื่อการอนุรักษ์ และพัฒนาพื้นที่ที่มีมรดกทางวัฒนธรรมให้ยังคงรักษาคุณค่าของตนเองเอาไว้ได้ ซึ่งเราสามารถเรียนรู้ และหยิบนำมาใช้กับเมืองของเราได้’

พอเราคิดตาม แล้วก็นำกลับมาพิจารณาทบทวน ก็ได้คำตอบกับตัวเองว่าต่อให้ไม่ได้เป็นมรดกโลก หรือไปไม่ถึงจุดนั้นจริงๆ ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร เพราะยังไงเราก็อยากให้เมืองของเราดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่นี้ และเราก็สามารถทำร่วมกันได้ตั้งแต่วันนี้เลย คิดได้ดังนั้นอาจารย์ก็ไปชักชวนน้องๆ มาร่วมทีม อีก 4 ท่าน ได้แก่ อ.อจิรภาส์ ประดิษฐ์ และอ.กิตติพงษ์ วาณิชพงษ์ อาจารย์ทั้งสองท่านเป็นอาจารย์พิเศษ สาขาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา อ.อจิรภาส์ เชี่ยวชาญด้านผังเมืองทำงานเป็นบัดดี้กับอาจารย์ ส่วนอ.กิตติพงษ์ เชี่ยวชาญเรื่อง GIS และการจัดทำแผนที่ และก็มี อ.วรนันท์ โสวรรณี อาจารย์ประจำ ภาควิชาศิลปะไทยคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องการจัดการวัฒนธรรมในแง่มุมของวิชาการ และท่านสุดท้ายคือ คุณนิภาพร แสนสุภา พนักงานสำนักงานโยธาและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ มาช่วยสนับสนุนด้านผังเมือง กฎหมายกับการบังคับใช้โดยเฉพาะตัวผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พร้อมไปกับเชื่อมโยงข้อมูลด้านผังให้กับคณะทำงานฯ

Q: โจทย์การทำงานของทีมศึกษาผังเมือง ที่ได้รับจากคณะทำงานฯ คืออะไร 
A: การจะนำพาเชียงใหม่สู่การเป็นเมืองมรดกโลก เกี่ยวข้องด้วยกันหลายมิติ และแน่นอนว่าประเด็นผังเมือง คือหนึ่งในประเด็นจะต้องได้รับการศึกษา และถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึง ในฐานะนักผังเมืองและคณะทำงานหน้าที่ของเราคือการสืบค้นคุณค่าของเมืองเชียงใหม่ในเชิงผังเมือง โดยเฉพาะเรื่องทำเลที่ตั้ง ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของเมืองเชียงใหม่ ต้องทำการศึกษาหาข้อมูลนำมาวิเคราะห์ และบอกเล่าให้ได้ว่าเพราะเหตุใดพระญามังรายจึงเลือกที่ตั้งเมือง ณ จุดนี้ พื้นที่นี้มีส่วนเกื้อหนุนการทำมาหากินของคนในเมือง และการดำรงอยู่ของเมืองอย่างไรถึงทำให้เมืองเกิดความเจริญรุ่งเรือง และหล่อเลี้ยงผู้คนมาได้จนถึงปัจจุบัน การมีดอยสุเทพ และแม่น้ำปิง สนับสนุนในเรื่องจิตวิญาณ และการอยู่อาศัยของคนในเมืองอย่างไร ลักษณะของสัณฐานเมืองสี่เหลี่ยมที่เราได้รับอิทธิพลจากสุโขทัยมีความคิดเบื้องลึกเบื้องหลังอย่างไร มีความคิดและภูมิปัญญาของล้านนา เชื่อมโยงและรับอิทธิพลจากพื้นที่อื่นมากน้อยแค่ไหน รวมถึงเรื่องระบบการจัดการน้ำหล่อเลี้ยงเมืองที่เคยใช้งานได้เป็นอย่างดี ทั้งหมดนี้เราต้องหาหลักฐาน และทำเป็นเอกสารบอกเล่าให้ได้ว่าระบบผังเมืองของเราดีอย่างไร ดีในที่นี้ไม่ใช่เพียงบอกว่ามันดีในแบบของเรา แต่ต้องพิสูจน์ให้นานาชาติเห็นว่าผังเมืองของเรามีคุณค่าที่โดดเด่นในระดับโลกตามหลักเกณฑ์ของมรดกโลก

อีกเรื่องที่ทีมศึกษาผังเมืองจะต้องทำก็คือการเสนอพื้นที่ที่จะถูกรับรองให้เป็นมรดกโลก พื้นที่หลัก (Property) ตามด้วยพื้นที่กันชน (Buffer zone ) และพื้นที่ต่อเนื่อง (Setting) (พื้นที่ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับพื้นที่หลัก) การเสนอพื้นที่หลัก (Property) สามารถเสนอได้สองรูปแบบ คือ 1.เสนอพื้นที่เดียว (Single Nomination) และ 2.เสนอพื้นที่แบบกลุ่ม (Serial Nomination)

เรื่องการกำหนดพื้นที่หลัก เป็นเรื่องที่ยากและละเอียดอ่อน เพราะต้องอาศัยกระบวนการสำคัญ 4 ประการ คือ 1.การศึกษาเชิงลึก การศึกษาข้อมูลประวัติศาสตร์เรื่องการตั้งเมืองอาณาเขตเมือง และการใช้แผนที่โบราณ 2.การระบุคุณค่าของพื้นที่ที่เด่นชัดโดยมีหลักฐานสนับสนุนเชื่อถือได้ 3.การพิจารณามาตรการหรือกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันที่จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการกำหนดเขต และการดูแลพื้นที่ในอนาคต และ 4.การประเมินสภาพมรดกในพื้นที่ โอกาสกับความเป็นไปได้ในการดูแลรักษา และการฟื้นฟูคุณค่า

Q: ตอนนี้พอจะเห็นเค้าโครงไหมครับ ว่าคณะทำงานฯได้จัดทำร่างเสนอพื้นหลัก กับพื้นที่อื่นๆ ไว้อย่างไร และเป็นพื้นที่ตรงไหนของเมือง 
A: จากการทำงานของทีมศึกษาผังเมืองร่วมกับคณะทำงานฯ ในช่วงที่ผ่านมา เราได้มีการปรับเปลี่ยนข้อเสนออยู่หลายครั้ง และเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านมรดกโลก และผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้เกี่ยวกับเมืองเชียงใหม่หลายท่านเข้ามาช่วย เติมเต็มข้อมูล วิพากย์ และให้คำแนะนำ จนเราได้ข้อเสนอล่าสุดที่พอจะเป็นรูปเป็นร่าง เพื่อให้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาความคิดต่อไป คือเราจะนำเสนอในรูปแบบที่ 2 คือ นำเสนอพื้นที่แบบกลุ่ม (Serial Nomination) โดยมีพื้นที่หลัก (Property) 2 พื้นที่ได้แก่ เมืองเก่าเชียงใหม่ชั้นใน และบริเวณวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ

สำหรับพื้นที่กันชนและพื้นที่ต่อเนื่อง ยังอยู่ระหว่างการกำหนดให้ชัดเจนและรอบคอบมากยิ่งขึ้น แต่พอจะมองเห็นทิศทางความเป็นไปได้ที่จะกำหนดเขต อย่างเช่น พื้นที่เมืองเก่าชั้นใน พื้นที่กันชนจะกำหนดให้สอดคล้องไปกับเทศบัญญัติเขตเมืองเก่าของเทศบาลนครเชียงใหม่ที่ประกาศไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว คือ พื้นที่ดูแลในระยะ 50 เมตรรอบคูเมือง ส่วนพื้นที่ต่อเนื่อง (Setting) มีแนวโน้มว่าจะครอบคลุมพื้นที่เมืองเก่าชั้นนอก ย่านท่าแพ เจริญประเทศ และ กาดหลวง สำหรับพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำปิงฝั่งตะวันออกอย่างย่านวัดเกต และย่านคริสต์เตียน ซึ่งก็ถือว่าเป็นย่านที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เช่นกัน ก็จะใช้เครื่องมืออื่นในการดูแลพื้นที่เหล่านั้นไปอย่างเช่น ประกาศผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่

สำหรับพื้นที่หลักที่ 2 อย่างดอยสุเทพ เราได้กำลังอยู่ในช่วงพิจารณาเรื่องพื้นที่กันชนว่าจะมีขอบเขตรอบตัววัดอย่างไร และพื้นที่ต่อเนื่อง(Setting) เราได้พิจารณา จากมุมมองแกนหลักของเมือง(ตะวันออก-ตะวันตก) จากสะพานนวรัฐไปสู่ดอยสุเทพเป็นมุม 55 องศา เพื่อรักษามุมมองอันสวยงามของเมืองเอาไว้ ร่วมกับการใช้กฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาประกอบในการกำหนดเขต เช่น ประกาศกระทรวงคมนาคมเรื่องการควบคุมความสูงอาคารในเขตพื้นที่เครื่องบินขึ้น-ลง และขอบเขตพื้นอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ซึ่งมีแนวเขตเดินอยู่แล้ว ตรงนี้ยังจะต้องมีกระบวนพิจารณา และระดมความคิดเห็นจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป"

อ่านถึงตรงนี้คิดว่าหลายคนคงกำลังเพลิน และเกิดความคิด คำถามมากมายในว่ายเวียนอยู่ในหัวใช่ไหมครับ แอดมินของอนุญาตแบ่งเรื่องราวไว้เล่าต่อตอนที่ 2 นะครับ เพื่อให้แฟนเพจทุกท่านได้ร่วมแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นถึง 2 ประเด็นสำคัญที่คณะทำงานฯ ทีมศึกษาผังเมืองได้นำเสนอเอาไว้ คือ 1.คุณค่าด้านผังเมืองเชียงใหม่ และ 2.พื้นที่หลักที่ควรได้รับการนำเสนอเป็นมรดกโลก แค่สองประเด็นนี้ก็คุยกันสนุกแล้วครับ

ใครคิดเห็นอย่างไรเรียนเชิญมาร่วมพูดคุยกันในคอมเม้นท์ได้เลยนะครับ มาช่วยกันคิด ช่วยกันมองเพื่อเมืองเชียงใหม่ของเราครับ 
ปล.แอบแย้มไว้นิดหนึ่งว่า ตอนนที่ 2 อาจารย์อิศราจะพูดถึง กระบวนการที่จะทำให้ร่างความคิดเกี่ยวกับเรื่องพื้นที่หลัก แข็งแรงขึ้น (แน่นอนแบบไม่ต้องเดาว่าเป็นเรื่องการมีส่วนร่วม) และก้าวต่อไปของการทำงานของทีมศึกษาผังเมือง พร้อมความคิดเห็นและมุมมองอันน่าสนใจที่อาจารย์และทีมได้จากการทำงานครั้งนี้ครับ

แล้วพบกันกับตอนที่ 2 เร็วๆนี้ นะครับ

แชร์บทความนี้

Add Line ID

พระพุทธบาทประดับมุก วัดพระสิงห์ อีกหนึ่งมรดกล้ำค่าของล้านนา

พระสัพพัญญูเจ้าเดชเมือง เมื่อศาสนาผสานการเมืองอย่างละมุนละม่อม

ชวนไปดูนิทรรศการจิตรกรรมฝาผนังระดับมาสเตอร์พีซของล้านนา